กรรมวิธีการเลือกซื้อแอร์ให้เหมาะกันขนาดที่พักอาศัย ให้พอดิบพอดีกับการใช้แรงงานและป้องกันค่าไฟแพง เลือกขนาด บีทียู (BTU) ที่สมควร

-ขนาด BTU (British Thermal Unit) เป็น ขนาดสร้างความเย็นของเครื่องปรับอากาศ ซึ่ง 1 ตันความเย็น จะเท่ากับ 12000 BTU ต่อชั่วโมง ด้วยเหตุนั้นควรต้องพิจารณาถึงขนาดของเครื่องปรับอากาศกับขนาดของห้องให้พอดิบพอดีกัน เนื่องจากถ้าเกิดเลือกแอร์ที่มี BTU สูงหรือต่ำจนกระทั่งเกินความจำเป็น จะก่อให้สิ้นเปลืองไฟและก็เครื่องปรับอากาศเสียได้ง่ายอีกด้วย
แนวทางคิดค่า หน่วยความร้อนบริติช แบบอย่างคร่าวๆ

ปัจจัยอื่นๆ
คอมเพรสเซอร์ (Compressor)

เลือกคอมเพรสเซอร์ที่เหมาะสมกับสิ่งที่มีความต้องการ โดยคอมเพรสเซอร์นั้นแบ่งได้เป็น 3 แบบเป็น

1. คอมเพรสเซอร์ลูกสูบ (Reciprocating Compressor) ทำงานด้วยการใช้กระบอกสูบสำหรับเพื่อการอัดน้ำยา ให้กำลังแรงสูง แต่มีความสั่นสะเทือนสูง และเสียงค่อนข้างจะดัง นิยมใช้ในเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่

2. คอมเพรสเซอร์โรตาปรี่ (Rotary Compressor) ดำเนินการด้วยการหมุนของใบพัดที่มีความเร็วสูง มีความสะเทือนน้อย เสียงเงียบ เหมาะสำหรับเครื่องปรับอากาศขนาดเล็ก

3. คอมเพรสเซอร์แบบม้วน (Scroll Compressor) ดำเนินงานด้วยใบพัดรูปก้นหอย มีความสั่นสะเทือนน้อยมาก มีเสียงเงียบ ให้พลังงานสูง จัดว่าดียิ่งกว่าคอมเพรสเซอร์ประเภทอื่นๆในระดับเดียวกัน
คอยล์ (Coil)

เป็นเครื่องใช้ไม้สอยสำหรับระบายและดูดซับความร้อน ประกอบด้วย ท่อทองแดง และครีบอลูมินัม (Fin) เวลาเลือกซื้อให้พินิจพิเคราะห์วัสดุที่ใช้สำหรับในการทำคอยล์ อาทิเช่น สารที่เคลือบปกป้องการกัดกร่อน หรือความครึ้มของครีบ เป็นต้น ถ้าเลือกคอยล์ที่มีคุณภาพดีแอร์ของคุณก็จะแก่การใช้แรงงานได้นานขึ้น

– มอเตอร์พัดลม (Fan Motor)

มอเตอร์พัดลมเป็นข้อสำคัญที่สุดของแอร์ที่จะช่วยระบายและซับความร้อน เพื่อแอร์ปฏิบัติงานได้มีคุณภาพมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมอเตอร์พัดลมที่ดีควรจะใช้ขดลวดที่ทนความร้อนได้สูง เพื่อรอบลักษณะการทำงานของมอเตอร์ไม่สะดุด และไม่หย่อนคุณภาพง่าย ดังนั้นก่อนที่จะทำการตัดสินใจซื้อแอร์ควรต้องสอบถามข้อมูลของมอเตอร์พัดลมให้รอบคอบซะก่อน
ระบบฟอกอากาศ (Air Purifier)

ระบบฟอกอากาศเป็นอีกต้นเหตุสำหรับเครื่องปรับอากาศที่วางจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน เนื่องจากระบบฟอกอากาศจะช่วยหมุนเวียนให้อากาศด้านในห้องสะอาดบริสุทธิ์เยอะขึ้นเรื่อยๆ โดยแบ่งได้เป็นหลายจำพวกดังนี้

1. การกรอง (Filtration) คือการใช้แผ่นกรองอากาศดักจับฝุ่นละอองเอาไว้ และก็จะต้องหมั่นเปลี่ยนแปลงแผ่นกรองอากาศพอหมดอายุการใช้งาน เพื่อไม่ให้เป็นที่สะสมของเชื้อโรคกลางอากาศ ยิ่งไปกว่านี้แม้อยากกำจัดกลิ่นให้เลือกแผ่นกรองที่เป็นคาร์บอน เพื่อซึมซับกลิ่นไม่ประสงค์ต่างๆได้อีกด้วย

2. การดักจับด้วยไฟฟ้าสถิต (Electrostatic Precipitator) เป็นการดักจับฝุ่นละอองกลางอากาศด้วยการใช้ตะแกรงกระแสไฟฟ้า (Electric Grids) รวมทั้งใช้แผ่นโลหะอีกชุดเรียงขนานกันเพื่อดูดฝุ่นเอาไว้ ถ้ามีการหมดอายุจำเป็นต้องหยุดเครื่องเพื่อทำความสะอาด

3. การปลดปล่อยประจุไฟฟ้า (Ionizer) คือการผลิตประจุไฟฟ้าประจุลบเพื่อปล่อยออกมากับลมเย็น เพื่อดักจับฝุ่นผงที่เป็นประจุบวก ซึ่งฝุ่นที่ถูกดักจับจะรวมตัวกันและร่วงหล่นมาบนพื้นห้อง สามารถทำความสะอาดห้องได้ตามเดิม โดยไม่ต้องชำระล้างภายในเครื่องปรับอากาศ

– การประหยัดไฟ (Energy Saving)

แอร์ยุคใหม่นั้น ส่วนมากแล้วมักมีเฉลี่ยวฉลาดประหยัดไฟเบอร์ 5 ติดเอาไว้ ซึ่งฉลากเบอร์ 5 จะเป็นตัวที่กำหนดค่าไฟฟ้า ค่าขนาดของเครื่องปรับอากาศ เครื่องปรับอากาศสำหรับการให้พลังงานสูง ทำให้ประหยัดไฟฟ้า โดยมีข้อเสียตรงที่ราคาแพงกว่าแอร์ทั่วๆไป จึงต้องควรศึกษาเล่าเรียนฉลากประหยัดไฟให้ดีก่อนที่จะทำการตัดสินใจซื้อ ว่าเหมาะสมกับสิ่งที่จำเป็นของเราหรือไม่
เลือกชนิดของการใช้แรงงาน

เครื่องปรับอากาศนั้นมีให้เลือกหลายหมวดหมู่ แตกต่างดังต่อไปนี้

1. เครื่องปรับอากาศติดฝาผนัง เป็นแบบที่ได้รับความนิยม เนื่องจากว่ามีความเล็กกะทัดรัด เหมาะสำหรับห้องนอน ห้องนั่งเล่นที่มีพื้นที่น้อย หรือห้องที่มีพื้นที่จำกัด เนื่องจากว่าเล็กกระชับ เสียงเงียบ และรูปลักษณ์ทันสมัย แม้กระนั้นไม่เหมาะกับงานหนัก หรือห้องที่ต้องการความเย็นสูง และก็เป็นระยะเวลาที่ยาวนาน

2. แบบวางกับพื้น หรือ แบบห้อย เป็นแอร์ที่ให้พลังงานสูงให้ความเย็นแบบกระจัดกระจายได้ไกลกว่าเครื่องปรับอากาศติดผนัง เหมาะกับห้องทุกขนาด สามารถเลือกจัดตั้งกับพื้น หรือห้อยเพดานก็ได้ แม้กระนั้นจุดอ่อนคือเค้าหน้าไม่ทันสมัย และก็รับประทานไฟมากยิ่งกว่าด้วย

– คุณสมบัติพิเศษรวมทั้งวางแบบ

ตอนนี้เครื่องปรับอากาศนั้นมีให้เลือกนานัปการยี่ห้อ ก่อนเลือกซื้อสักเครื่องเราควรเปรียบเทียบลักษณะเด่นต่างๆของแต่ละรุ่นแต่ละแบรนด์ให้รู้เรื่องและก็ตรงตามความอยากได้ของเราเสียก่อน ว่ามีจุดเด่นข้อบกพร่องแตกต่างกันยังไง เช่น นาโนไทเทเนียม ซิลเวอร์ที่นาโน ฯลฯ นอกเหนือจากนั้นเราบางทีอาจเลือกรูปร่างหน้าตาของแอร์ในแบบที่เราถูกใจ หรือจะเลือกให้กับห้องนั้นๆก็ได้ จะได้ออกมาสวยตามความพึงพอใจของพวกเรา

– การต่อว่าดตั้งแล้วก็การบริการข้างหลังแนวทางการขาย

เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ไม่สมควรละเลยเลยเป็นการบริการข้างหลังวิธีขาย โดยให้เลือกบริษัท ร้าน ที่น่าเชื่อถือ ที่มีความเข้าใจรวมทั้งสามารถอธิบายเรื่องเครื่องปรับอากาศและก็คุณลักษณะของเครื่องปรับอากาศนั้นๆให้คุณได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งให้มองเรื่องของการค้ำประกันผลิตภัณฑ์แล้วก็บริการหลังวิธีขายด้วย เนื่องจากอุปกรณ์ไฟฟ้าโดยมากแพงค่อนข้างสูง และก็แก่การใช้แรงงาน การรับประกันและก็การดูแลซ่อมหลังวิธีขายก็เลยเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย

 

แอร์หนองคาย หนองคายแอร์ เบอร์ช่างแอร์หนองคาย ซ่อมแอร์หนองคาย ล้างแอร์หนองคาย

การเลือกตำแหน่งการติดตั้งแอร์ก็มีส่วนสำคัญนะคะ พวกเรามาดูตำแหน่งติดตั้งกันจ้ะ

คอยล์เย็น (ภายใน)
• ถ้าเป็นห้องนอนควรจะวางให้ลมจากเครื่องปรับอากาศเป่าด้านข้างลำตัวขณะนอนเสมอ เพราะว่าถ้าให้ลมพัดจากหัวไปเท้า หรือเท้าไปศีรษะ จะส่งผลให้ป่วยไข้ได้ง่าย
• ไม่สมควรวางเครื่องไว้เหนือเตียง เพราะสำหรับการดูแลรักษา ควรจะมีการล้าง แล้วก็ปัดฝุ่นที่ฟิลเตอร์อยู่เป็นประจำจะก่อให้เตียงเปรอะเปื้อนง่าย ฉะนั้นควรจะติดตั้งในบริเวณที่จะสามารถทำการซ่อมแซม บริการได้สบาย
• อย่าตั้งอุณหภูมิให้เย็นเกินไป ด้วยเหตุว่าเมื่อนอนหลับแล้ว เราจะไม่สามารถปรับอุณหภูมิได้อีก ทำให้เจ็บป่วยได้ง่ายเหมือนกัน หรือหาที่วางรีโมทคอนโทรลก็ควรจะจัดให้อยู่ใกล้เตียง
• หากมีพื้นที่นั่งเล่นอยู่ในห้องนอน ก็ควรจะจัดให้ตำแหน่งเครื่องปรับอากาศส่งความเย็นไปหามากยิ่งกว่าส่วนที่ใช้นอน เพราะเหตุว่าขณะกำลังหลับเราปรารถนาอุณหภูมิที่สูงกว่าปกติ
• ควรจะวางคอยล์เย็นให้ใกล้ช่องเปิดหรือระเบียงที่มีคอนเดนซิ่งยูนิต วางอยู่ เพื่อความสบายสำหรับในการจัดตั้งรวมทั้งดูแล
คอยล์ร้อย (คอมเพรสเซอร์ ภายนอก)
• รอบๆซึ่งสามารถระบายความร้อนได้สบาย
• ควรจะเว้นระยะห่างจากกำแพงมาถึงด้านหลังเครื่องไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร และก็เว้นระยะข้างหน้าเครื่องไม่น้อยกว่า 70 ซม.
• ไม่โดนฝนสาดได้ง่าย
• บริเวณผิดแสงแดดส่องโดยตรงตลอดเวลา
• บริเวณซึ่งสามารถปลดปล่อยให้เสียงแล้วก็ลมร้อนระบายออกมาได้โดยไม่รบกวนบริเวณใกล้กัน
• ตำแหน่งติดตั้งควรจะมีองค์ประกอบแข็งแรงหรือใกล้คานหรือเสาเพื่อรับน้ำหนักตัวเครื่องเจริญ
• ตัวเครื่องควรจะยกระดับให้พ้นจากพื้นดินขั้นต่ำ 10 ซม. หรือพ้นจากระดับที่น้ำหลากถึง และก็ในรอบๆที่สามารถซ่อมแซมได้ง่าย
• หลบหลีกการตำหนิดตั้งในรอบๆที่ได้โอกาสติดไฟ เนื่องด้วยน้ำยาแอร์เป็นก๊าซชนิดหนึ่งที่สามารถติดไฟได้ง่ายถ้าหากรั่ว
• เลี่ยงการตำหนิดตั้งในรอบๆที่มีกรดซัลไฟด์ ได้แก่รอบๆท่อสำหรับระบายน้ำทิ้ง เนื่องจากสารทำความเย็นจะเกิดปฏิกิริยากับกรดซัลไฟด์ นำมาซึ่งแก๊สเป็นพิษต่อสุขภาพร่างกายเมื่อสูดกลิ่น
• ตำแหน่งที่ไม่ขวางกั้นฟุตบาท
เข้าใจแล้วลองดูสิขาว่าบ้านเราติดตั้งตำแหน่งเครื่องปรับอากาศได้ถูกต้องหรือไม่จ้ะ

 

แอร์หนองคาย หนองคายแอร์ เบอร์ช่างแอร์หนองคาย ซ่อมแอร์หนองคาย ล้างแอร์หนองคาย

พวกเรามาทำความรู้จักกับเครื่องปรับอากาศ ระบบอินเวอร์เตอร์ ( INVERTER) กันจ้ะ

หลายๆท่านคงรู้จักดีหรือได้ยินคำว่า อินเวอร์เตอร์ แม้กระนั้นไม่เข้าใจระบบหรือรูปแบบการทำงานของอินเวอร์เตอร์ ว่ามันดำเนินการอย่างไร วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับแอร์ระบบอินเวอร์เตอร์กันจ้ะเพื่อคลายความข้องใจแล้วก็ง่ายต่อการเลือกใช้งาน
แนวทางการทำงานของอินเวอร์เตอร์

 

อินเวอร์เตอร์ (Inverter) จะแปลงไฟกระแสสลับ (AC) จากแหล่งจ่ายกระแสไฟฟ้าทั่วไปที่มีแรงกดดันรวมทั้งความถี่คงเดิม ให้เป็นไฟกระแสตรง (DC) โดยวงจรคอนเวอร์เตอร์ ( Converter Circuit ) แล้วต่อจากนั้นไฟกระแสตรงจะถูกแปลงเป็นไฟกระแสสลับซึ่งสามารถปรับขนาดแรงกดดันรวมทั้งความถี่ได้โดยวงจรอินเวอร์เตอร์ (Inverter Circuit) วงจรทั้งคู่นี้จะเป็นวงจรหลักที่ทำหน้าที่แปลงรูปคลื่น รวมทั้งผ่านพลังงานของอินเวอร์เตอร์
โดยธรรมดาแหล่งจ่ายไฟกระแสสลับมีรูปคลื่นซายน์ แต่ข้อมูลออกของInverterจะมีรูปคลื่นต่างจากรูปซายน์ นอกนั้นยังมีชุดวงจรควบคุม (Control Circuit) ทำหน้าที่ควบคุมรูปแบบการทำงานของวงจรคอนเวอร์เตอร์รวมทั้งวงอินเวอร์เตอร์ให้เหมาะสมกับคุณลักษณะของ 3-phase Induction motor

ระบบอินเวอร์เตอร์ (Inverter) ที่พบเห็นได้ในตอนนี้ เช่น การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าสำรอง หรือที่เรียกว่า UPS (Uninterruptible Power Supply) เพื่อขจัดปัญหาไฟเกิน, ไฟตก, ไฟดับ รวมทั้งคลื่นก่อกวน ช่วยปกป้องการเกิดความย่ำแย่ต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า โดยไฟฟ้าที่สำรองไว้จะเก็บในแบตเตอรี่
อย่างเช่น ถ้าเกิดกระแสไฟดับ ระบบสำรองไฟจะสวิทช์มาใช้ไฟจากแบตเตอรี่อย่างฉับพลัน ต่อจากนั้นไฟฟ้าซึ่งเป็นกระแสตรง จะเข้าสู่อินเวอร์เตอร์ ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงไฟฟ้ากระแสตรงนั้นให้เป็นไฟฟ้ากระแสสลับที่มีความถี่คงที่ และก็ถูกต้อง ไฟฟ้ากระแสสลับที่ออกมาจากอินเวอร์เตอร์ก็จะป้อนสู่เครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป โดยที่ไฟกระแสสลับที่ได้ออกมาจะถูกนำไปป้อนกลับมากระทำการเปรียบเทียบกับความถี่อ้างอิงค่าหนึ่ง แล้วนำผลจากการเปรียบเทียบไปควบคุมการกำเนิดความถี่ของอินเวอร์เตอร์เพื่อให้ได้ไฟกระแสสลับที่มีความถี่คงเดิมรวมทั้งถูกต้อง จากที่เครื่องใช้ไฟฟ้าไฟฟ้ากระแสสลับปรารถนา

ระบบอินเวอร์เตอร์ (Inverter) ถูกประยุกต์ใช้ในเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆดังเช่นว่า แอร์, ตู้แช่เย็น ทีวี รวมทั้งระบบเซอร์โวควบคุมมอเตอร์ (Servo Motor) เหตุเพราะความอยากได้ลดการสูญเสียกำลังงานที่สูงโดยเฉพาะขณะเริ่มทำงาน และก็จากการสูญเสียในแกนเหล็ก และก็ในตัวขดลวด (สำหรับเครื่องเชื่อมแบบมือหมุน แล้วก็มอเตอร์)
ทำให้ระบบเดิมที่ไม่มีการใช้อินเวอร์เตอร์จำเป็นที่จะต้องเสียค่าไฟสูงมากมาย รวมทั้งทำให้ระดับของแรงดันกระแสไฟฟ้าในสายไม่เสถียร (Stable) รวมถึงนำมาซึ่งการก่อให้เกิดแรงดันสไปค์ ขณะหยุดการทำงานซึ่งสิ่งกลุ่มนี้จะมีผลให้อุปกรณ์ไฟฟ้ามีการเสียหาย หรือบั่นทอนอายุการใช้งานให้สั้นลง
เมื่อเครื่องใช้ไฟฟ้าเริ่มดำเนินการ จะมีค่ากระแสเร่ิมทำงาน I (Start) สูงกว่า ขณะเดินธรรมดาถึง 4 – 6 เท่าตัว ยกตัวอย่างเช่น มอเตอร์แอร์ ที่มีขนาด 220 V ,1 A
เราพอเพียงจะเข้าใจดีแล้วว่าระบบอินเวอร์เตอร์ต่างจากระบบปกติอย่าไร หลักการทำงานของอินเวอร์เตอร์ปฏิบัติงานเช่นไร ใช้ไฟฟ้าน้อยลงแตกต่างกันอย่างไร ต่อไปนี้ก็เป็นเรื่องง่ายที่พวกเราจะเลืกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีระบบระเบียบอินเวอร์เตอร์

 

แอร์หนองคาย แอร์หนองคาย หนองคายแอร์  เบอร์ช่างแอร์หนองคาย แอร์หนองคาย

วิธีตรวจเช็คอาการเปลี่ยนไปจากปกติพื้นฐานของแอร์

เนื่องจากว่าบ้านพวกเรานั้นเป็นเมืองร้อน การใช้งานเครื่องปรับอากาศหรือที่พวกเราเรียกดันว่าเครื่องปรับอากาศนั้นก็เลยถือเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าทีคนประเทศไทยโดยมากเลือกใช้เพื่อช่วยสำหรับการบรรเทาความร้อน แน่ๆว่าการใช้แอร์นั้นนอกเหนือจากการที่จะทำให้อากาศในบริเวณนั้นๆเย็นลงแล้ว ยังรู้สึกทำให้คนที่อยู่ตรงนั้นมีลักษณะบรรเทาอีกด้วย อย่างไรก็แล้วแต่เมื่อมีการใช้เครื่องปรับอากาศแล้วก็จำเป็นต้องรู้จักการตรวจเช็คอาการพื้นฐานด้วยอย่างเดียวกัน แม้ว่าจะรู้กันอยู่แล้วว่าพื้นฐานของเครื่องปรับอากาศควรจะมีการล้างเครื่องปรับอากาศด้วย แต่การที่เรารู้อาการอื่นๆในช่วงเวลาที่แอร์ผิดปกติก็จะสามารถช่วยทำให้การใช้งานนั้นมีไม่มีสมรรถนะและไม่สามารถใช้ได้ในระยะยาว ตรวจเช็คอาการผิดปกติพื้นฐานของเครื่องปรับอากาศ ได้ดังต่อไปนี้
1. แอร์ไม่เย็น – อาการแอร์ไม่เย็นนั้นทุกๆคนมักจะต้องเจอะกันอยู่แล้วซึ่งสาเหตุของอาการแอร์ไม่เย็นนี้ก็มีได้หลายอย่างดังนี้
1.1 คอมเพรสเซอร์ไม่ทำงาน –ถ้าเครื่องปรับอากาศไม่เย็นให้ไปดูคอมเพรสเซอร์ไม่มีการทำงานสันนิษฐานว่าบางครั้งก็อาจจะปลั๊กหลุด สายไฟขาด แมกเนดิกที่เป็นตัวต่อวงจรไฟฟ้ามีปัญหา คอยล์เย็นมีปัญหา หรืออาจจะคอมเพรสเซอร์เสียก็ได้
1.2 คอมเพรสเซอร์ดำเนินการ – หากว่าคอมเพรสเซอร์จะปฏิบัติงานแต่ว่าแอร์ก็ยังไม่เย็นให้คาดคะเนได้ว่าแอร์บางครั้งอาจจะเลอะเทอะ น้ำยาเครื่องปรับอากาศขาด คอมเพรสเซอร์ขาดกำลังอัด หรือว่าระบบน้ำยาตันก็สามารถเป็นได้
2. คอยล์เย็นมีอาการเสียงดัง – เกิดจากการที่แอร์สกปรก มอเตอร์ที่คอยล์เย็นเกิดการเสื่อมสภาพ หรือการประกอบเครื่องปรับอากาศภายหลังจากช่างมาล้างเครื่องปรับอากาศไม่ดีก็สามารถเป็นไปได้ด้วยเหมือนกัน
3. ท่อเครื่องปรับอากาศมีน้ำแข็งเกาะ –อาจจะเกิดขึ้นได้ก็เพราะคอยล์เย็นเลอะเทอะหรือน้ำยาแอร์ขาด
4. มีน้ำหยดที่รอบๆคอยล์เย็น – กำเนิดได้จากการที่ข้อต่อท่อน้ำทิ้งแอร์หลุด ท่อน้ำทิ้งมีการตัน หรือเครื่องปรับอากาศสกปรกก็เป็นได้เช่นกัน
5. รู้สึกว่าแอร์มีกลิ้นอับชื้น – อาจเป็นเพราะเนื่องจากมอเตอร์พัดลมเสีย ใบพัดลมเกิดการหลวมและตีกับโครงแอร์ มีสิ่งปลอมปนอะไรบางอย่างเข้าไปอยู่ในตัวเครื่อง หรือแมกเนดิกบางครั้งก็อาจจะเสื่อม
6. บานสวิงรอบๆคอยล์เย็นไม่ทำงาน – มีเหตุมาจากมอเตอร์สวิงเสีย ขาบานสวิงเกิดการหัก หรือแผงควบคมบางครั้งก็อาจจะเสียได้
การรักษาแอร์เบื้องต้น แนวทางการดูแลรักษาแอร์เบื้องต้นที่เหมาะสมที่สุดคือ บากบั่นตรวจความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเครื่องปรับอากาศอยู่เสมอ หากว่าเครื่องปรับอากาศมีลักษณะต่างๆอย่างที่กล่าวมาก็ควรจะเรียกผู้ที่มีความชำนาญมากระทำการตรวจสอบ รวมไปถึงต้องมีการล้างแอร์ เพิ่มเติมน้ำยาเครื่องปรับอากาศตามช่วงเวลาที่กำหนด ยิ่งหากว่าเกิดความแปลกของเครื่องปรับอากาศควรรีบที่จะทำตรวจสอบในทันทีทันใดอย่าปลดปล่อยเอาไว้และรู้สึกว่าไม่มีปัญหาอะไร เพราะว่าในเวลาที่เครื่องปรับอากาศมีปัญหานั้นมันเป็นสิ่งที่แก้ไขได้ยากและก็อาจจะส่งผลให้คุณจำต้องเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้นโดยที่ไม่น่าเสียก็ได้

 

 

แอร์หนองคาย   หนองคายแอร์  เบอร์ช่างแอร์หนองคาย  ล้างแอร์หนองคาย ซ่อมแอร์หนองคาย

ระบบอินเวอร์เตอร์ เป็นอย่างไร? มาทำความรู้จักกับระบบอินเวอร์เตอร์กันครับผม

ระบบอินเวอร์เตอร์คือระบบควบคุมแนวทางการทำงานของคอมเพรสเซอร์ที่จะแปลงไฟกระแสสลับ (AC) จากแหล่งจ่ายกระแสไฟฟ้าทั่วๆไปที่มีแรงดันรวมทั้งความถี่คงเดิมให้เป็นไฟกระแสตรง (DC) โดยวงจรคอนเวอร์เตอร์ (Converter Circuit ) จากนั้นไฟกระแสตรงจะถูกแปลงเป็นไฟกระแสสลับซึ่งสามารถปรับขนาดแรงดันรวมทั้งความถี่ได้โดยวงจรอินเวอร์เตอร์ (Inverter Circuit)
การทำงานของแอร์อินเวอร์เตอร์จะไม่เหมือนกับเครื่องปรับอากาศทั่วๆไป ตรงที่อินเวอเตอร์เมื่อเริ่มเปิดเครื่อง อุณหภูมิจะเบาๆลดลงถึงระดับที่ตั้งไว้ ต่อไป คอมเพรสเซอร์จะปรับรอบการทำงานลงเพื่ออาจจะอุณหภูมิด้านในห้องให้คงเดิมตลอดระยะเวลา
ในขณะที่แอร์ที่ไม่ใช่อินเวอร์เตอร์ เมื่อเริ่มเปิดเครื่อง อุณหภูมิจะเบาๆน้อยลงต่ำกว่าระดับที่ตั้งไว้โดยประมาณ1-2 องศา จากนั้น คอมเพรสเซอร์จะตัดการทำงาน จากนั้นอุณหภูมิจะค่อยๆสูงมากขึ้น เกินระดับที่ตั้งไว้ 1-2 องศา คอมเพรสเซอร์ก็จะเริ่มปฏิบัติงานอีกครั้ง ทำให้อุณหภูมิข้างในห้องจะเย็นเหลือเกิน สลับกับร้อนเหลือเกินอยู่เสมอเวลา ยิ่งเวลาเข้านอนหลับ จะก่อให้รู้สึกป่วยหนักตัว หลับๆตื่นๆได้
ทราบแบบงี้แล้วพวกเราจะได้ตัดสินใจเลือกเครื่องปรับอากาศที่มีระบบระเบียบอินเวอร์เตอร์ เพื่อการพักผ่อนที่เย็นสบายและก็อดออมรายจ่ายด้วย

แอร์ระบบอินเวอร์เตอร์ คืออะไร? มีสาระอย่างไร ? ใครรู้บ้าง มาฟังทางนี้กันจ้ะ
อินเวอร์เตอร์( INVERTER) คือ ระบบที่ควบคุมการปรับอากาศ ให้เป็นอย่างราบเรียบรวมทั้งคงเดิม ด้วยการปรับเปลี่ยนรอบการหมุนของคอมเพรสเซอร์ โดยการเปลี่ยนความถี่ของกระแสไฟฟ้าที่จ่าย ให้กับมอเตอร์ของคอมเพรสเซอร์แทนการทำงานแบบติดๆ-ดับๆในแอร์แบบเก่า ทำให้ระบบอินเวอร์เตอร์สามารถควบคุมอุณหภูมิได้อย่างเที่ยงตรงมากเพิ่มขึ้นและที่สำคัญเป็นใช้พลังงานน้อยลง

กำลังงานที่ใช้สำหรับเพื่อการทำความร้อนหรือทำความเย็นจะถูกเปลี่ยนแปลงโดยอัตโนมัติ อุณหภูมิของห้องคงเดิมกว่าเมื่อเทียบกับระบบเก่า เนื่องด้วยระบบนี้จะไม่มีการหยุดรูปแบบการทำงานของคอมเพรสเซอร์อุณหภูมิของห้องค่อนข้างคงที่ เพราะเหตุว่าระบบนี้จะปรับกำลังสำหรับเพื่อการทำความร้อนหรือสร้างความเย็นอัตโนมัติอ้างอิงกับสภาวะ( Workload) ที่มีอยู่ภายในห้อง ให้กำลังที่สูงกว่าการทำงานในช่วงเริ่มต้น ทำให้ห้องเย็นหรืออุ่นได้เร็วตามที่เราตั้งค่าไว้

สินค้าที่มีประสิทธิภาพพลังงานมากมายอาจมีทุนที่สูงในตอนแรก (ราคา) แม้กระนั้นผลตอบแทนคือค่าไฟฟ้าที่ได้รับจะถูกกว่า
Inverter เป็นวัสดุอุปกรณ์ทางไฟฟ้า ที่ใช้สำหรับเปลี่ยนแปลงไฟกระแสตรง เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ โดย ไฟกระแสตรงที่จะ เอามาทำแปลงนั้นมาจาก แบตเตอรี่ อุปกรณ์สำหรับกำเนิดไฟฟ้ากระแสไฟตรง หรือแผงโซล่าเซลล์ก็ได้ ไฟฟ้ากระแสสลับที่ได้มานั้น จะเหมือนกับไฟฟ้าที่ได้จากปลั๊กไฟ ตามผนังบ้านทุกๆสิ่งทุกๆอย่าง โดย inverter ทำให้อุปกรณ์ต่างๆดังเช่น มอเตอร์, พัดลม หรืออุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ไฟฟ้ากระแสสลับ สามารถใช้ได้กับไฟฟ้ากระแสตรง

ปัจจุบันนี้เครื่องใช้ไฟฟ้าเกือบทุกประเภทจะเป็นระบบอินเวอร์เตอร์ ลองเรียนข้อมูลก่อนเลือกใช้งานกันค่ะ

 

แอร์หนองคาย หนองคายแอร์ เบอร์ช่างแอร์หนองคาย ซ่อมแอร์หนองคาย แอร์หนองคาย

ค่า SEER กับ EER แตกต่างกันยังไง มีวิธีในการดูยังไง

ในฉลากเบอร์ 5 จะมีค่า SEER กับ EER ทั้งสองแบบงี้แตกต่างกันเช่นไร

EER (Energy Efficiency Ratio) เป็น ค่าที่ใช้วัดความสามารถสำหรับเพื่อการใช้พลังงานของเครื่องปรับอากาศ

SEER (Seasonal Energy Efficiency Ratio) คือ ค่าที่ใช้วัดสมรรถนะสำหรับการใช้พลังงานตามฤดูกาลของแอร์ แต่ว่า SEER จะนำค่าการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของเครื่องปรับอากาศมาพินิจร่วมด้วย ทำให้มีความใกล้เคียงกับสภาพการใช้พลังงานจริงเยอะขึ้นเรื่อยๆกว่าการกำหนดแบบ EER

สรุป SEER : สมควรสำหรับการวัดคุณภาพของระบบ Inverter มากยิ่งกว่าการประเมินด้วย EER

– SEER : ใช้บอกถึงคุณภาพที่จริงจริงของเครื่องปรับอากาศ Inverter ตามอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไป

– EER/SEER : แอร์ที่มีค่า EER/SEER ยิ่งสูง หมายความว่าแอร์เครื่องนั้นมีคุณภาพสำหรับเพื่อการดำเนินการที่ดีขึ้น

แอร์ทั่งไป (Fixed speed) ซึ่งคอมเพรสเซอร์ดำเนินงานที่ความเร็วคงเดิม จะทดลองประสิทธิ์ภาพแบบ” EER ” ที่วัดอัตราส่วนของความเย็นที่ทำเป็นจริง เทียบกับกำลังไฟฟ้าที่จำเป็นต้องใช้ ซึ่งขณะทดสอบอุณหภูมิด้านนอกห้องจะถูกกำหนดให้คงที่

เหตุเพราะเทคโนโลยี(INVERTER)ในแอร์ สามารถปรับความเร็วรอบของคอมเพรสเซอร์ได้ตามสภาพการณ์โหลดที่ใช้งานในห้องและตามสภาพการณ์อุณหภูมิข้างนอกห้อง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยจึงปรับปรุงวิธีวัดค่าคุณภาพตามมาตราฐานใหม่ เป็นการทดสอบค่าสมรรถนะแบบ” SEER” หรือค่าประสิทธิภาพตามฤดูกาล

คำว่า ฉลากใช้ไฟฟ้าน้อยลงฟ้าเบอร์ 5 เราบางทีอาจได้ยินกันจนถึงคุ้นหู และรู้จักกันมานาน แต่ก็บางทีอาจยังมีอีกหลายๆคนที่ไม่รู้จักว่าโดยความเป็นจริงแล้วมันคืออะไร เพื่ออะไร และช่วยเราประหยัดค่าไฟได้เช่นไร

เครื่องปรับอากาศที่สมควรรวมทั้งใช้ไฟฟ้าน้อยลงฟ้าที่สุดณ ตอนนี้ ควรที่จะทำการเลือกเป็นเครื่องปรับอากาศฉลากลดการใช้ไฟฟ้าฟ้าเบอร์ 5 ที่มีค่า SEER สูง แม้กระนั้นเป็นยังไงนั้น ขอทำความเข้าใจดังนี้ครับผม
“ฉลากใช้ไฟฟ้าน้อยลงฟ้า” เป็นฉลากที่แสดงระดับการใช้ไฟฟ้ารวมทั้งข้อมูลพื้นฐานต่างๆของอุปกรณ์ไฟฟ้า ตัวอย่างเช่น คุณภาพค่าใช้จ่ายต่อปี เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างเหมาะควรแล้วก็อดออมรายจ่ายในระยะยาว ซึ่งฉลากใช้ไฟฟ้าน้อยลงนี้จะหรูหราความประหยัดและมัธยัสถ์ตั้งแต่เบอร์ 1 ถึง เบอร์ 5 นั่นหมายความว่าเบอร์ 5 คือ ระดับการประหยัดไฟที่มากที่สุด
ในส่วนของฉลากใช้ไฟฟ้าน้อยลงฟ้าบนแอร์นั้น จะมีหลักเกณฑ์ระดับประสิทธิภาพพลังงาน ที่เรียกว่าอัตราส่วนสมรรถนะพลังงาน (Energy Efficiency Ratio : EER) เพื่อเป็นตัวกำหนดว่าใชัพลังงานน้อยลงกระแสไฟฟ้าอยู่ในระดับใด ซึ่งแอร์แต่ละขนาดก่อนที่จะได้เรื่องรับรองการประหยัดพลังงานไฟฟ้าเบอร์ 5 จึงควรผ่านการทดสอบตามมาตรฐานสินค้าอุตสาหกรรม และก็ข้อกำหนดของกฟผ.
รู้หรือไม่ว่า ฉลากลดการใช้ไฟฟ้าฟ้าเบอร์ 5 สำหรับแอร์บ้านพวกเรา มีอยู่ 2 รูปแบบ คือ เครื่องปรับอากาศชนิด Fixed Speed (ทดลองแบบ EER) และ เครื่องปรับอากาศจำพวก Inverter หรือ Variable Speed (ทดลองแบบ SEER) ซึ่งอีกทั้ง 2 ประเภทนี้ต่างกันยังไง แล้วก็มีผลอย่างไรกับบิลค่าไฟฟ้าของเรา
เริ่มจากจำพวก Fixed Speed ทดลองแบบ EER ย่อมาจาก( Energy Efficiency RatioX เป็นค่าที่ใช้วัดสมรรถนะในการใช้พลังงานของแอร์ ซึ่งระบบลักษณะการทำงานของคอมเพรสเซอร์จะไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงความเร็วสำหรับการหมุนรอบได้ จึงจะต้องตัด-ต่อหลักการทำงานของมอเตอร์คอมเพรสเซอร์เสมอๆเพื่อรักษาอุณหภูมิด้านในห้อง โดยเหตุนี้ก็เลยมีข้อกำหนดสำหรับในการรักษาอุณหภูมิในห้องไม่ค่อยสม่ำเสมอรวมทั้งเครื่องทำงานมีเสียงดัง
ส่วนเครื่องปรับอากาศประเภท Inverter หรือ Variable Speed ทดสอบแบบ SEER ย่อมาจาก( Seasonal Energy Efficiency Ratio )เป็นค่าที่ใช้วัดประสิทธิภาพในการใช้พลังงานตามฤดูกาลของแอร์ โดยจะนำค่าการเปลี่ยนแปลงของลักษณะอากาศมาไตร่ตรองร่วมด้วย ทำให้มีความใกล้เคียงกับสภาพการใช้พลังงานจริงเพิ่มมากขึ้นกว่าแบบ EER โดยเจ้าตัวนี้จะมีระบบเซ็นเซอร์คอยตรวจหาอุณหภูมิ ซึ่งเมื่อถึงอุณหภูมิที่กำหนด คอมเพรสเซอร์จะลดรอบลงเพื่อรักษาความเย็นเอาไว้ระดับหนึ่ง โดยที่คอมเพรสเซอร์จะไม่หยุดปฏิบัติงาน เลยทำให้มีคุณลักษณะเด่นด้านการประหยัดไฟฟ้าที่มากกว่าถึง 30% รักษาอุณหภูมิภายในห้องให้คงที่กว่าเครื่องปรับอากาศแบบเดิม เย็นเร็วกว่า เครื่องเดินเงียบกว่า ที่สำคัญเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย *****
สำหรับเรื่องฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 รวมทั้งไม่เหมือนกันของการวัดค่าความสามารถของเครื่องปรับอากาศแบบ EER กับ SEER เพื่อให้เข้าใจตรงกัน
หลักสำคัญในการเลือกเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมกับอากาศในบ้านพวกเรา เป็น
1)ควรที่จะทำการเลือกแอร์ที่มีฉลากใช้ไฟฟ้าน้อยลงฟ้าเบอร์ 5 ที่หมายความว่าเป็นแอร์ที่มีคุณภาพสูง ลดการใช้ไฟฟ้า
2) ควรที่จะเลือกแอร์ที่มีค่า SEER สูง
3) ควรเลือกแอร์ที่มีขนาด (บีทียูต่อชั่วโมง) ให้เหมาะสมกับขนาดของห้อง
รวมทั้งอีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็นต้องคำนึงถึง เป็น เรื่องของราคาเครื่องปรับอากาศ แล้วก็ค่าไฟฟ้าที่จะต้องจ่าย มีความสำคัญสำหรับเพื่อการพินิจพิเคราะห์เลือกซื้อด้วยเหมือนกัน เราควรจะเปรียบเทียบผลที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว ยกตัวอย่างเช่น แม้ลงทุนเลือกแอร์ที่ราคาแพงแพงขึ้นเล็กน้อย แต่เป็นเครื่องที่มีคุณภาพด้านพลังงานสูง (ค่า SEER สูง) ก็จะส่งผลให้เราสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายรวมได้มากกว่า หลักการเลือกแอร์ง่ายๆเพียงนี้ ก็จะมีผลให้ฤดูร้อนนี้หรือฤดูร้อนไหนๆสบายตัวแล้วก็สบายกระเป๋าไปพร้อมเพียงกันแล้วครับผม

 

แอร์หนองคาย หนองคายแอร์ เบอร์โทรช่างแอร์หนองคาย ซ่อมแอร์หนองคาย ล้างแอร์หนองคาย

แนวทางตรวจเช็คอาการเปลี่ยนไปจากปกติพื้นฐานของแอร์

ด้วยความที่บ้านเรานั้นเป็นเมืองร้อน การใช้เครื่องปรับอากาศหรือที่เราเรียกดันว่าเครื่องปรับอากาศนั้นก็เลยถือเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าทีชาวไทยส่วนใหญ่เลือกใช้เพื่อช่วยสำหรับเพื่อการบรรเทาความร้อน แน่นอนว่าการใช้เครื่องปรับอากาศนั้นนอกเหนือจากที่จะทำให้อากาศในบริเวณนั้นๆเย็นลงแล้ว ยังรู้สึกทำให้ผู้ที่อยู่ตรงนั้นมีลักษณะผ่อนคลายอีกด้วย อย่างไรก็ดีเมื่อมีการใช้เครื่องปรับอากาศและก็ต้องรู้จักการตรวจเช็คอาการเบื้องต้นด้วยด้วยเหมือนกัน แม้ว่าจะรู้กันอยู่แล้วว่ารากฐานของแอร์จะต้องมีการล้างแอร์ด้วย แต่การที่เราทราบอาการอื่นๆเวลาที่เครื่องปรับอากาศแตกต่างจากปกติก็สามารถที่จะช่วยให้การใช้งานนั้นมีไม่มีสมรรถนะและไม่สามารถใช้ได้ในระยะยาว ตรวจเช็คอาการแตกต่างจากปกติเบื้องต้นของเครื่องปรับอากาศ ได้ดังนี้
1. เครื่องปรับอากาศไม่เย็น – อาการเครื่องปรับอากาศไม่เย็นนั้นทุกๆคนชอบจำต้องพบกันอยู่แล้วซึ่งสิ่งที่ทำให้เกิดอาการเครื่องปรับอากาศไม่เย็นนี้ก็มีได้หลายอย่างดังนี้
1.1 คอมเพรสเซอร์ไม่ทำงาน –ถ้าแอร์ไม่เย็นให้ไปดูคอมเพรสเซอร์ไม่มีการทำงานสันนิษฐานว่าอาจจะปลั๊กไฟหลุด สายไฟขาด แมกเนดิกที่เป็นตัวต่อวงจรไฟฟ้ามีปัญหา คอยล์เย็นมีปัญหา หรือบางทีก็อาจจะคอมเพรสเซอร์เสียก็ได้
1.2 คอมเพรสเซอร์ดำเนินงาน – ถึงแม้คอมเพรสเซอร์จะปฏิบัติงานแต่เครื่องปรับอากาศก็ยังไม่เย็นให้คาดคะเนได้ว่าแอร์บางทีก็อาจจะเลอะเทอะ น้ำยาเครื่องปรับอากาศขาด คอมเพรสเซอร์ขาดกำลังอัด หรือว่าระบบน้ำยาตันก็สามารถเป็นไปได้
2. คอยล์เย็นมีลักษณะอาการเสียงดัง – มีเหตุมาจากการที่แอร์สกปรก มอเตอร์ที่คอยล์เย็นมีการหมดสภาพ หรือการประกอบเครื่องปรับอากาศภายหลังช่างมาล้างเครื่องปรับอากาศไม่ดีก็สามารถเป็นไปได้เช่นกัน
3. ท่อแอร์มีน้ำแข็งเกาะ –อาจเกิดขึ้นจากคอยล์เย็นเลอะเทอะหรือน้ำยาเครื่องปรับอากาศขาด
4. มีน้ำหยดที่บริเวณคอยล์เย็น – เกิดได้จากการที่ข้อต่อท่อน้ำทิ้งเครื่องปรับอากาศหลุด ท่อน้ำทิ้งเกิดการอุดตัน หรือแอร์เปรอะเปื้อนก็เป็นไปได้อย่างเดียวกัน
5. มีความคิดว่าเครื่องปรับอากาศมีกลิ้นอับชื้น – อาจเกิดจากมอเตอร์พัดลมเสีย ใบพัดลมมีการหลวมแล้วก็ตีกับโครงเครื่องปรับอากาศ มีสิ่งเจือปนอะไรบางอย่างเข้าไปอยู่ในตัวเครื่อง หรือแมกเนดิกบางทีก็อาจจะเสื่อม
6. บานสวิงบริเวณคอยล์เย็นไม่ทำงาน – มีเหตุมาจากมอเตอร์สวิงเสีย ขาบานสวิงเกิดการหัก หรือแผงควบคมบางครั้งก็อาจจะเสียได้
การดูแลและรักษาแอร์เบื้องต้น วิธีการดูแลเครื่องปรับอากาศพื้นฐานที่ดีเยี่ยมที่สุดคือ อุตสาหะตรวจความแปลกที่เกิดขึ้นกับแอร์อยู่ตลอด แม้ว่าเครื่องปรับอากาศมีลักษณะอาการต่างๆอย่างที่กล่าวมาก็ควรจะเรียกผู้ชำนาญมากระทำตรวจดู รวมไปถึงควรมีการล้างแอร์ เพิ่มเติมน้ำยาแอร์ตามระยะเวลาที่กำหนด ยิ่งหากว่ากำเนิดความไม่ดีเหมือนปกติของแอร์ควรจะรีบที่จะกระทำวิเคราะห์ในทันทีอย่าปลดปล่อยเอาไว้รวมทั้งมีความคิดว่าไม่มีปัญหาอะไร เพราะเหตุว่าตอนที่เครื่องปรับอากาศมีปัญหานั้นมันเป็นสิ่งที่ปรับปรุงแก้ไขได้ยากและก็อาจจะทำให้คุณต้องเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้นโดยที่ไม่น่าเสียก็ได้

 

 

แอร์หนองคาย   หนองคายแอร์  เบอร์ช่างแอร์หนองคาย  ล้างแอร์หนองคาย ซ่อมแอร์หนองคาย

เรามาทำความรู้จักกับแอร์ ระบบอินเวอร์เตอร์ ( INVERTER) กันค่ะ

หลายๆท่านคงรู้จักหรือได้ยินคำว่า อินเวอร์เตอร์ แต่ว่าไม่รู้เรื่องระบบหรือลักษณะการทำงานของอินเวอร์เตอร์ ว่ามันดำเนินการยังไง วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับแอร์ระบบอินเวอร์เตอร์กันค่ะเพื่อคลายความข้องใจแล้วก็ง่ายต่อการเลือกใช้งาน
ลักษณะการทำงานของอินเวอร์เตอร์

 

อินเวอร์เตอร์ (Inverter) จะแปลงไฟไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) จากแหล่งจ่ายไฟทั่วๆไปที่มีแรงกดดันและก็ความถี่คงที่ ให้เป็นไฟกระแสตรง (DC) โดยวงจรคอนเวอร์เตอร์ ( Converter Circuit ) ต่อจากนั้นไฟกระแสตรงจะถูกแปลงเป็นไฟกระแสสลับที่สามารถปรับขนาดแรงกดดันและก็ความถี่ได้โดยวงจรอินเวอร์เตอร์ (Inverter Circuit) วงจรทั้งคู่นี้จะเป็นวงจรหลักที่ทำหน้าที่แปลงรูปคลื่น แล้วก็ผ่านพลังงานของอินเวอร์เตอร์
โดยปกติแหล่งจ่ายกระแสไฟฟ้ากระแสสลับมีรูปคลื่นซายน์ แต่ข้อมูลออกของInverterจะมีรูปคลื่นแตกต่างจากรูปซายน์ นอกเหนือจากนี้ยังมีชุดวงจรควบคุม (Control Circuit) ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมแนวทางการทำงานของวงจรคอนเวอร์เตอร์แล้วก็วงอินเวอร์เตอร์ให้เหมาะสมกับคุณสมบัติของ 3-phase Induction motor

ระบบอินเวอร์เตอร์ (Inverter) ที่พบเห็นได้ในขณะนี้ ตัวอย่างเช่น การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อจ่ายกระแสไฟสำรอง หรือที่เรียกว่า UPS (Uninterruptible Power Supply) เพื่อแก้ปัญหาไฟเกิน, ไฟตก, ไฟดับ แล้วก็คลื่นรบกวน ช่วยป้องกันการเกิดความย่ำแย่ต่อเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยไฟฟ้าที่สำรองไว้จะเก็บในแบตเตอรี่
เป็นต้นว่า ถ้าเกิดไฟฟ้าดับ ระบบสำรองไฟจะสวิทช์มาใช้ไฟจากแบตเตอรี่อย่างฉับพลัน ต่อมากระแสไฟฟ้าซึ่งเป็นไฟฟ้ากระแสตรง จะเข้าสู่อินเวอร์เตอร์ ซึ่งจะแปลงไฟฟ้ากระแสตรงนั้นให้เป็นไฟฟ้ากระแสสลับที่มีความถี่คงเดิม แล้วก็ถูก ไฟฟ้ากระแสสลับที่ออกมาจากอินเวอร์เตอร์ก็จะป้อนสู่เครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วๆไป โดยที่ไฟกระแสสลับที่ได้ออกมาจะถูกนำไปป้อนกลับมากระทำการเปรียบเทียบกับความถี่อ้างอิงค่าหนึ่ง แล้วนำผลจากการเปรียบเทียบไปควบคุมการกำเนิดความถี่ของอินเวอร์เตอร์เพื่อได้ไฟฟ้ากระแสสลับที่มีความถี่คงที่และถูก ดังที่อุปกรณ์ไฟฟ้าไฟฟ้ากระแสสลับอยากได้

ระบบอินเวอร์เตอร์ (Inverter) ถูกประยุกต์ใช้ในเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆเช่น แอร์, ตู้เย็น โทรทัศน์ และระบบเซอร์โม้ควบคุมมอเตอร์ (Servo Motor) ด้วยเหตุว่าความต้องการลดการสูญเสียกำลังงานที่สูงโดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะเริ่มทำงาน และก็จากการสูญเสียในแกนเหล็ก และก็ในตัวขดลวด (สำหรับเครื่องเชื่อมแบบมือหมุน แล้วก็มอเตอร์)
ทำให้ระบบเดิมที่ไม่มีการใช้อินเวอร์เตอร์จำเป็นจะต้องเสียค่าไฟฟ้าสูงมากมาย และก็ทำให้ระดับของแรงกดดันกระแสไฟฟ้าในสายไม่เสถียร (Stable) รวมถึงกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดแรงดันสไปค์ ขณะหยุดการทำงานซึ่งสิ่งพวกนี้จะทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าเกิดการเสียหาย หรือบั่นทอนอายุการใช้งานให้สั้นลง
เมื่อเครื่องใช้ไฟฟ้าเริ่มปฏิบัติงาน จะมีค่ากระแสเร่ิมทำงาน I (Start) สูงขึ้นมากยิ่งกว่า ขณะเดินปรกติถึง 4 – 6 เท่าตัว ดังเช่นว่า มอเตอร์เครื่องปรับอากาศ ที่มีขนาด 220 V ,1 A
เราเพียงพอจะเข้าใจแล้วว่าระบบอินเวอร์เตอร์ไม่เหมือนกับระบบธรรมดาอย่าไร แนวทางการทำงานของอินเวอร์เตอร์ดำเนินงานยังไง ประหยัดไฟต่างกันยังไง ต่อนี้ไปก็เป็นเรื่องง่ายที่พวกเราจะเลืกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีระบบระเบียบอินเวอร์เตอร์

 

แอร์หนองคาย แอร์หนองคาย หนองคายแอร์  เบอร์ช่างแอร์หนองคาย แอร์หนองคาย

วิธีเลือกแอร์ที่คุ้ม รวมทั้งเหมาะสมกับการใช้งาน 1. เลือกจำพวกแอร์ให้เหมาะกับสถานที่และการใช้งาน

สำหรับแอร์นั้น พูดได้ว่ามีหลายต้นแบบให้เลือก โดยแต่ละแบบก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างออกไป ซึ่งหากเลือกไม่เหมาะสมกับการใช้แรงงานอาจทำให้เกิดผลเสียและไม่ดีต่อเครื่องปรับอากาศ และทำให้เปลืองพลังงานอีกด้วย โดยหลักๆแล้วแอร์ จะแบบออกเป็น 4 ชนิด ด้วยกัน เป็น

• แอร์ติดผนังหรือเครื่องปรับอากาศบ้าน สำหรับแอร์ประเภทนี้ คงเคยชินกันอยู่บ่อย ซึ่งมีฟังก์ชั่นการทำงานที่มากมาย มีรูปแบบการวางแบบที่ทันสมัย และก็ มีขนาดกระทัดรัด ทั้งยังช่วยใช้พลังงานน้อยลง รวมถึงการดูแลรักษาที่ง่าย โดยแอร์ประเภทนี้ จะเหมาะสมกับห้องที่มีขนาดเล็ก และ ตามบ้านหรือคอนโดทั่วๆไป

• เครื่องปรับอากาศฝังในฝ้า จะเป็นเครื่องปรับอากาศที่ติดเข้าไปภายในรอบๆฝ้าเพดาน ไม่ว่าจะเป็น ตัวเครื่องแอร์ ท่อน้ำทิ้ง และก็ท่อน้ำยา เหมาะกับห้องที่ต้องการเน้นย้ำในเรื่องความสวยสดงดงาม ด้วยเหตุว่า เมื่อติดแล้วจะไม่ค่อยมองเห็นตัวเครื่องของเครื่องปรับอากาศ แต่ว่าเครื่องปรับอากาศประเภทนี้แอบมีราคาค่อนข้างจะสูงขึ้นยิ่งกว่าแอร์จำพวกอื่นๆด้วย

• แอร์ห้อยใต้ฝ้า หรือบางบุคคลจะเรียกแอร์ตั้งแขวน จะเป็นเครื่องปรับอากาศที่จัดตั้งใต้ฝาเพดาน ซึ่งมีการกระจายความเย็นได้ค่อนข้างจะไกลและก็ทั่วถึง ทนต่อการใช้แรงงาน เหมาะสำหรับห้องที่มีขนาดกึ่งกลางไปจนกระทั่งขนาดใหญ่และก็มีผู้คนอยู่มาก เป็นต้นว่า ที่ทำการ อาคาร ห้องอาหาร ห้องประชุม เป็นต้น

• เครื่องปรับอากาศตู้ตั้งพื้น เป็นเครื่องปรับอากาศอีกหนึ่งประเภทที่มีการกระจายความเย็นได้สูง แล้วก็ ทนต่อการใช้แรงงาน รวมถึงทนต่อฝุ่นละอองควันอีกด้วย โดยรูปแบบของแอร์จะเป็นแบบจัดตั้งบนพื้น เหมาะสำหรับห้องที่มีขนาดใหญ่ โรงงาน และ มีผู้คนหนาแน่น ซึ่งแอร์ชนิดนี้ จะเปลืองพลังงานกว่าเครื่องปรับอากาศชนิดอื่นๆไม่ค่อยสวย เสียงดัง แต่ว่าทนสุดๆเลยจ้ะ
2.เมื่อรู้ชนิดของแอร์แล้วต่อไปนี้พวกเรามาดูขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งานของเรากันค่ะ
สิ่งที่จะต้องคำนึงถึงก็คือ ขนาดของห้อง เพราะเหตุว่าเมื่อพวกเราทราบขนาดของห้องที่ชัดเจนแล้ว จะมีผลให้ง่ายต่อการเลือกขนาดของแอร์ รวมทั้งค่า BTU ให้เหมาะสมกับการใช้แรงงานรวมทั้งยังช่วยประหยัดพลังงานได้อีกด้วย

BTU เป็น ขนาดทำความเย็นของแอร์ อย่างย่อมาจากคำว่า British Thermal Unit ซึ่ง 1 ตันความเย็น จะเท่ากับ 12000 BTU ต่อชั่วโมง ดังนั้นขณะที่เราเลือก BTU ย่อมมีความหมาย เพราะว่าจะเกี่ยวกับการประหยัดพลังงานและก็อายุการใช้งานของแอร์

แอร์ที่มี BTU สูงเหลือเกินนั้น จะมีผลให้รูปแบบการทำงานของคอมเพรสเซอร์ตัดบ่อยมาก เนื่องมาจากมีการทำความเย็นได้อย่างเร็ว จึงทำให้ประสิทธื์ด้านในการทำงานต่ำลง รวมทั้งยังส่งผลให้มีความชุ่มชื้นข้างในห้องสูง อาจส่งผลให้ผู้ที่อาศัยเจ็บป่วยหรือไม่สบายได้ อีกทั้งยังส่งผลให้เปลืองพลังงานอีกด้วยค่ะ

เครื่องปรับอากาศที่มี BTU ต่ำเกินไปนั้น ก็จะมีผลให้คอมเพรสเซอร์ดำเนินการตลอดระยะเวลาและก็หนักจนกระทั่งเหลือเกิน เพราะอุณหภูมิความเย็นไม่ตรงจากที่ตั้งหรือกำหนดไว้ ซึ่งจะส่งผลทำให้แอร์เสียได้ง่าย แล้วก็ สิ้นเปลืองพลังงานจ้ะ

3. เลือกแบบประหยัดพลังงาน
เสนอแนะว่าควรที่จะทำการเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากใช้ไฟฟ้าน้อยลงเบอร์ 5 เพราะว่านั้นเป็น ประสิทธิภาพในการใช้พลังงานที่คุ้มค่าที่สุด ซึ่งจะช่วยใชัพลังงานน้อยลงแล้วก็มัธยัสถ์ค่าใช้จ่ายได้นั้นเองค่ะ

4.เลือกและก็เปรียบเทียบลักษณะพิเศษต่างๆ

อย่างที่ได้กล่าวไปในข้างต้น ว่าเแอร์หรือเครื่องปรับอากาศนั้น มีมากมายก่ายกองหลายประเภทหลายแบบ ซึ่งรวมไปถึงเทคโนโลยีต่างๆด้วยเหมือนกัน เป็นต้นว่า เทคโนโลยีการฟอกอากาศ, เทคโนโลยีควบคุมความเย็นอัตโนมัติ ฯลฯ

ก่อนที่จะเพื่อนฝูงๆจะเลือกซื้อแอร์ ต้องมีการเปรียบเทียบ รุ่น ยี่ห้อ ลักษณะเด่น และ เทคโนโลยี ต่างๆ ซะก่อน เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด และก็คุ้มค่า แต่จำเป็นต้องคำนึงถึงการใช้งานเป็นหลักกันด้วยนะคะและก็ที่สำคัญอย่าลืมซักถามเกี่ยวกับการรับประกินสินค้า และก็บริการข้างหลังแนวทางการขายด้วยนะคะ

 

แอร์หนองคาย  หนองคายแอร์ แอร์โพนพิสัย แอร์ท่าบ่อ  ซ่อมแอร์หนองคาย ล้างแอร์หนองคาย

เคล็ดลับกับ 9 วิธีการใช้เครื่องปรับอากาศแบบอดออมค่าไฟฟ้า

ในช่วงฤดูร้อนของทุกปี ผลิตภัณฑ์คู่บ้านที่ขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่าอย่างยิ่งในประเทศไทยอาจต้องชูให้เครื่องปรับอากาศ แม้ว่าจะเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายและสิ้นเปลืองกำลังไฟฟ้า วันนี้มีวิธีใช้แอร์อย่างประหยัดค่าไฟฟ้ามาฝากกัน
1. ต้องลดการใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5
ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เป็นระดับความอดออมกระแสไฟฟ้าสูงที่สุดออกโดยกระทรวงพลังงานและจะมีตรากระทรวง ประทับอยู่บนฉลากเสมอ เครื่องปรับอากาศลดการใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 ควรต้องเป็นตัวเลือกแรกเมื่อจะซื้อแอร์มาติดตั้งข้างในบ้าน
2. ติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสม
การตำหนิดตั้งแอร์ถ้าเกิดอยู่ในตำแหน่งที่สมควรจะช่วยลดค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือนได้ ซึ่งมีหลักเป็น บริเวณที่ติดตั้งสามารถกระจัดกระจายลมได้ทั่วถึงอีกทั้งห้อง หลบหลีกการต่อว่าดตั้งใกล้ประตู หน้าต่าง หรือพัดลมที่ใช้ในการดูดอากาศ และอย่าติดชิดฝาผนังที่รับแดดแรงเพราะเหตุว่าจะก่อให้แอร์จะต้องทำงานมาก
3. เลือกขนาดที่พอดีกับพื้นที่ภายในห้อง
อาจเคยได้ยินมาบ้างกับคำว่าค่า BTU มันก็คือหน่วยวัดปริมาณความร้อนโดยในแอร์จะใช้หน่วยวัดพลังเป็น BTU/ Hr ซึ่งเครื่องปรับอากาศแต่ละรุ่นจะมีค่า BTU แตกต่างกันไปตั้งแต่ 5,000 BTU จนถึงเป็นแสนๆBTU การเลือกขนาดของแอร์จึงจะต้องดูตามสมควรของขนาดห้อง จะได้ไม่สิ้นเปลืองพลังงานโดยใช่เหตุ
4. ตั้งอุณหภูมิให้เหมาะเจาะ
คนจะเข้าจิตใจว่าอุณหภูมิที่เหมาะสมในกับตั้งเครื่องปรับอากาศในห้องคือ 25-26 องศา แม้กระนั้นถ้าเลือกเปิดเครื่องปรับอากาศที่อุณหภูมิ 28-30 องศา แล้วเลือกเปิดพัดลมเพื่อเพิ่มความเร็วลมในห้อง ก็จะรู้สึกสบายและใช้พลังงานน้อยลงเพิ่มขึ้น ยิ่งช่วงเวลานอนควรตั้งเครื่องปรับอากาศไว้ไม่ต่ำลงมากยิ่งกว่า 28 องศา เพราะเหตุว่าตอนหลับร่างกายจะไม่อาจจะปรับอุณหภูมิตามสภาพภูมิอากาศได้
5. เอาเครื่องใช้ไฟฟ้าออกไป
อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่มีความจำเป็นที่ต้องอยู่ภายในห้อง ดังเช่น ตู้เย็น เครื่องที่ใช้สำหรับในการทำน้ำร้อน เครื่องชงกาแฟ รวมทั้งการเปิดไฟที่มากเกินความจำเป็น ล้วนเป็นต้นเหตุหนึ่งที่ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักขึ้น ด้วยเหตุผลดังกล่าวชิ้นไหนไม่จำเป็นจำเป็นที่จะต้องย้ายออกนอกห้องและก็เปิดไฟแม้กระนั้นพอดี
6. งดกิจกรรมทำความร้อน

ดังเช่นว่า การสูบบุหรี่ภายในห้องปรับอากาศ เนื่องแต่การดูดยาสูบในห้องปรับอากาศต้องเปิดพัดลมที่มีไว้เพื่อระบายอากาศเพื่อระบายควันและก็กลิ่นออกมาจากห้อง การถ่ายอากาศส่วนหนึ่งส่วนใดออกมาจากห้องและให้อากาศด้านนอกเข้ามานั้นจะก่อให้เครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักขึ้น
7. เสื้อผ้าใส่สบายเข้าไว้
พวกเราสามารถปรับอุณหภูมิแอร์ให้อยู่ที่ 25 องศาแล้วสวมเสื้อผ้าสบายๆให้ได้รับความเย็นที่กำลังพอดีได้ ยิ่งในบ้านแม้ใส่เสื้อผ้าที่สบายๆด้วยแล้ว พวกเราสามารถตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 28 องศาได้สบายๆช่วยออมค่าไฟได้อย่างดีเยี่ยม
8. ผ้าม่านตัวช่วยไม่ใช่แค่ความงดงามแค่นั้น
ผ้าม่านยังทำหน้าที่กันความร้อนไม่ให้เข้าสู่ด้านในห้องโดยตรง ยิ่งปัจจุบันผ้าม่านมีนวัตบาปล้นหลามทั้งยังเก็บความเย็นข้างในบ้าน คุ้มครองป้องกันแสงอัลตราไวโอเลต และอายุการใช้งานก็คงทน
9. ต้นไม้ธรรมชาติรอบบ้าน
ถ้าปลูกต้นไม้รอบบ้านแล้วจะช่วยทำให้เราลดการใช้เครื่องปรับอากาศได้มาก ยิ่งบ้านหลังไหนปลูกต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นรอบบ้านแล้ว เกือบจะไม่ต้องพึ่งพลังงานแอร์กันเลย เป็นโอกาสที่ทำให้บ้านเย็นและก็ยังดีต่อโลกอีกด้วย

 

แอร์หนองคาย หนองคายแอร์ เบอร์ช่างแอร์หนองคาย แอร์หนองคาย แอร์โพนพิสัย